PRIVACY NOTICE

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์จำกัด ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมตามที่ปรากฏอยู่ในหัวข้อดังต่อไปนี้

1 Privacy Notice สำหรับการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

2 Privacy Notice บันทึกข้อมูลและโอนเงินเยียวยาคืนลูกค้า Vending Machine บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

3 Privacy Notice สำหรับการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าร้องเรียน บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

กรุณาคลิกแต่ละหัวข้อ เพื่อเข้าอ่านรายละเอียดของการแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ของแต่ละกิจกรรม

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความ
ไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่าน
โปรดอานเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์
จำกัด

วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

● วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บริษัทติดตั้งไว้ภายใน
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ตลอดจนบริเวณโดยรอบบริษัท ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุอันตรายอันอาจ
เกิดขึ้นต่อผู้เข้าใช้บริการและสถานที่ และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัท

● ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้
ในการประมวลผลเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในบริษัทและบริเวณโดยรอบ
บริษัท รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของบริษัทไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม รวมถึงใช้ในการสอบสวนเหตุต่างๆ
ที่เกิดขึ้นภายในอาคารและสถานที่

❒ ฐานการปฏิบัติตำมกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ ในการ
ประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิด
เหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคารและสถานที่
ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลบันทึกภาพและ/หรือเสียงจากกล้องวงจรปิด (CCTV) โดยเก็บไว้ที่ระยะเวลา 30 ถึง 45วัน นับจำกวันที่บันทึกข้อมูล
ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น ภาพจะถูกลบจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือบริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่
สามารถระบุตัวบุคคลได้
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานใน
การประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น พนักงานและบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินการเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด
พนักงานและบริษัทรักษาความปลอดภัย เป็นต้น โดยบุคคลเหล่านั้น จะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอาจ
จำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจำกหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจ
เป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย
สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและ
รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิใน
การคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทาให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่
อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือ
ตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล
และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถ
ปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
กำหนด
การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำป็นต่อการเข้าดำเนินการ
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ
การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Notice) ฉบับนี้อาจมีการแก้ ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับ ที่เป็นปัจจุบันไว้บน
https://www.cpretailink.co.th/privacy-notice
รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ใน
ช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th
หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสำรแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่การคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความ

ไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่าน

โปรดอานเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้

บันทึกข้อมูลและโอนเงินเยียวยาคืนลูกค้าบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์จำกัด

วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

● วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าร้องเรียน บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด เพื่อเป็นข้อมูลในการโอนเงินคืนกับลูกค้ากรณีไม่ได้รับสินค้าและไม่ได้รับเงินคืนจากตู้ Vending Machine 7-11 เพื่อคืนเงินให้กับลูกค้า

● ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้
ในการยืนยันและโอนเงินคืน

❒ ฐานการปฏิบัติตำมกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ ในการ
ประมวลผลเพื่อการยืนยันและทำการเบิกจ่ายเงินสำรองสำหรับโอนเงินในส่วนนี้

2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลบันทึกเสียงและข้อมูลติดต่อกับผู้แจ้งการร้องเรียนจะเก็บระยะเวลา 3 ปี นับจำกวันที่บันทึกข้อมูล และข้อมูลเลขหมายในการโอนเงินจะถูกเก็บไว้ 7 วันนับจากวันที่ได้รับเรื่องและทำการลบทิ้งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น ภาพจะถูกลบจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือบริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่
สามารถระบุตัวบุคคลได้ โดยข้อมูลเลขบัญชีที่ทำการโอนเงินจะไม่มีการบันทึกไว้ในระบบใดๆ และจะมีบันทึกเพียงสลิปการโอนที่ไม่ระบุเลขบัญชีที่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้

3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานใน
การประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น พนักงานรับเรื่องได้รับแจ้งเข้ามา จะเกิดการติดต่อและทำการโอนเงินคืนแก่ลูกค้า เจ้าหน้าที่หน่วยงาน cpr help desk จะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และมีความจำเป็นในการส่งหลักฐานการโอน และรายละเอียด ตามที่ได้รับแจ้งไว้ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินสดจากบัญชีส่วนกลาง โดยข้อมูลดังกล่าวจะไม่มีการส่งต่อให้บุคคลภายนอก เว้นแต่จะมีการร้องขอจากเจ้าของข้อมูล หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายกรณีที่เกิดข้อพิพาท, ร้องเรียน หรือเกิดเป็นคดีความ

4 สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและ
รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิใน
การคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทาให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่
อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือ
ตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล
และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถ
ปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
กำหนด การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำป็นต่อการเข้าดำเนินการ
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

5 การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Notice) ฉบับนี้อาจมีการแก้ ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับ ที่เป็นปัจจุบันไว้บน
https://www.cpretailink.co.th/privacy-notice

6 รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ใน
ช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th
หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสำรแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่การคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

Privacy Notice สำหรับการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าร้องเรียน บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความ

ไว้วางใจ บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทใคร่ขอให้ท่าน

โปรดอานเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้

และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกิจกรรมการบันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าร้องเรียน บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์

จำกัด

1 วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

● วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลลูกค้าร้องเรียน บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงการให้บริการและการดำเนินงานของบริษัท และเพื่อติดต่อประสานกับผู้ร้องเรียนเพื่อรายละเอียดของการร้องเรียนและเพื่อทำการเยียวยาผู้ที่ทำการแจ้งเรื่องร้องเรียนตามความเหมาะสม
● ฐานในการประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้
ในการประมวลผลเพื่อสรุปข้อร้องเรียนต่างๆที่เกิดขึ้นกับบริษัท

❒ ฐานการปฏิบัติตำมกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ ในการ
ประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายตามที่หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอ หรือใช้เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิด
เหตุอาชญากรรม หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานของบริษัท

2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลบันทึกเสียงและข้อมูลติดต่อกับผู้แจ้งการร้องเรียนจะเก็บระยะเวลา 3 ปี นับจำกวันที่บันทึกข้อมูล
ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น ข้อมูลจะถูกลบจากระบบโดยอัตโนมัติ หรือบริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่
สามารถระบุตัวบุคคลได้

3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานใน
การประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น พนักงานและบริษัทได้รับการร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือขับรถเฉี่ยวชนทำให้ทรัพย์สินของผู้แจ้งร้องเรียนได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ จะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอาจ
จำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจำกหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจ
เป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4 สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและ
รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิใน
การคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทาให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่
อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง
เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือ
ตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล
และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของ
ข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถ
ปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
กำหนด การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำป็นต่อการเข้าดำเนินการ
เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

5 การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Notice) ฉบับนี้อาจมีการแก้ ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับ ที่เป็นปัจจุบันไว้บน

แจ้งให้ทราบความเป็นส่วนตัว

6 รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ใน
ช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th
หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.
2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสำรแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่การคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

เนื่องจาก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ และบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

  1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล
  • วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล: บริษัทบันทึกและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี
  • ฐานในการประมวลผลข้อมูล: บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้

❒       ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): เมื่อท่านให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการออกใบกำกับภาษีในครั้งต่อไปที่ท่านมาใช้บริการ หากท่านไม่ประสงค์ให้บริษัทจัดเก็บไว้ท่านสามารถใช้สิทธิขอลบได้ตามข้อ 4

❒       ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทจำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษี โดยเป็นไปตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายหรือประกาศอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 86/4 ของประมวลรัษฎากร,ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 199) เป็นต้น และบริษัทจำเป็นต้องนำส่งข้อมูลดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากร หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปให้แก่ท่านได้ แต่ท่านจะได้รับใบกำกับภาษีอย่างย่อจากบริษัททุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าและบริการ

 

  1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคลระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขบัตรประจำตัวประชาชน)6 ปี นับจากปีที่มีการออกใบกำกับภาษี

 

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

 

  1. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

บริษัททำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคลในการจัดการเกี่ยวกับโปรแกรมในการออกใบกำกับภาษีทั้งในรูปแบบกระดาษและรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่กรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และอาจจำเป็นต้องเปิดเผยในกรณีที่มีการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจมีการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

 

 

 

 

  1. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน   การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตาม    คำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด

การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

 

  1. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์https://www.cpretailink.co.th/th/privacy-notice/

 

  1. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

Email Address: privacy@cpretailink.co.th

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด

เลขที่ 159/30 ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

Email Address: dpc@cpretailink.co.th

 

หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักให้ความสำคัญและมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร บริษัทขอให้ผู้สมัครโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร
1. วัตถุประสงค์ของการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร
บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ปรากฏใบสมัครและเอกสารหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้สมัครได้ส่งมอบในวันยื่นใบสมัคร เพื่อเป็นหลักฐานและข้อมูลในการสมัครเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) และ/หรือเป็นข้อมูลเอกสารหลักฐานอันจำเป็นในการทำสัญญา การฝึกอบรม หรือกิจกรรมอื่นใดอันเกี่ยวกับการเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) ในกรณีที่ผู้สมัครผ่านการพิจารณา รวมถึงเพื่อการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการข้อมูลเท่านั้น โดยบริษัทอาจทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ในการจัดทำรายงานสำรวจความพึงพอใจ และอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครให้แก่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งกระทำการภายใต้คำสั่งของบริษัท และหน่วยงาน และ/หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลดังกล่าว เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ ศาล เป็นต้น
การประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครภายใต้ฐานการประมวลผลดังต่อไปนี้
Ÿ ฐานสัญญา (Contract) : เมื่อผู้สมัครประสงค์จะทำการยื่นสมัครขอรับอนุญาตเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) ของบริษัท จำเป็นที่ผู้สมัครต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท เพื่อบริษัทสามารถใช้ข้อมูลของผู้สมัครประมวลผลพิจารณาการทำสัญญาบริหารจัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาได้ หากผู้สมัครไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทไม่อาจพิจารณาการสมัครขอรับอนุญาตเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) ของผู้สมัคร รวมถึงไม่อาจทำสัญญาบริหารจัดการงานซ่อมและบำรุงรักษากับผู้สมัครได้
Ÿ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการจัดการและการจัดทำรายงานภายในบริษัท การบริหารจัดการมาตรฐานการทำงาน การบริหารจัดการความเสี่ยงการตรวจสอบภายใน อันเป็นกรณีฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
Ÿ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำกับดูแล เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องอยู่ภายใต้บังคับให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้คู่ความส่งเอกสารหรือข้อมูลในการพิจารณาคดี เป็นต้น อันเป็นกรณีฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย
2.    ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรักษา
        บริษัทจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนเอกสารอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครไว้ดังนี้
         2.1  กรณีไม่ผ่านการพิจารณา บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลของผู้สมัครไว้ เพื่อสิทธิประโยชน์ในการพิจารณาในอนาคต เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี
        2.2  กรณีผ่านการพิจารณาแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลจะถือเป็นข้อมูลของนิติบุคคลนั้น ๆ โดยข้อมูลส่วนบุคคลอื่นของผู้สมัคร บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตลอดระยะเวลาการเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) เมื่อยุติสัญญาการเป็นผู้บริหารผู้จัดการงานซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Strategic Alliance) แล้วข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกลบโดยอัตโนมัติภายในเวลา 5 ปี เว้นแต่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลนิติบุคคล หรือมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
3. หน่วยงาน/บุคคลซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกเปิดเผย
             ในการนี้เพื่อประโยชน์ของผู้สมัคร อันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวข้างต้น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลซึ่งอยู่ในความครอบครอง ให้กับหน่วยงานหรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัทในกลุ่มธุรกิจบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทอื่น ๆ อันเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1. เท่านั้น เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจเป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย
4.  สิทธิของผู้สมัคร
           ผู้สมัครมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร (4) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัคร (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ผู้สมัครเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
           การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของผู้สมัครตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร / ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่บริษัทกำหนด และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของผู้สมัครในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
          ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของผู้สมัครบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด
5. ผู้ควบคุมข้อมูล/เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpall.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30  ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข)  แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th
หากผู้สมัครเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562  ผู้สมัครมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ cpretailink.co.th ให้ความสำคัญต่อการเคารพ ต่อความเป็นส่วนตัวของท่านสมาชิก บริษัทจะดูแลจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลของท่าน โดยเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (Privacy Notice) อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่าน เป็นต้น เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทสำหรับบริการดังกล่าว โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้
1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล: บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อใช้ในการให้บริการแก่ท่านในการซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้า การแก้ไขข้อร้องเรียน การให้สิทธิประโยขน์ การโฆษณาสินค้าและบริการ การปรับปรุงการให้บริการ การจัดทำรายงาน บริหารความเสี่ยง มาตรการรักษาความปลอดภัย การเปิดเผยต่อผู้ประมวลผล พันธมิตรทางธุรกิจ หรือเปิดเผยตามกฎหมาย ดังต่อไปนี้
ฐานในการประมวลผลข้อมูล: บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐาน ดังต่อไปนี้
 ฐานความยินยอม (Consent): บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจของท่าน (Profiling) การนำเสนอ การโฆษณาสินค้าและบริการเฉพาะตัวแก่ท่าน (Direct Marketing/ Personalized Advertising) เพื่อเปิดเผยให้แก่บริษัทอื่นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นภายใต้ความยินยอมของท่าน
 ฐานสัญญา (Contract): ท่านจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามข้างต้น เพื่อการอันจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาและการให้บริการแก่ท่านในการซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้า ตามวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงของบริษัท หรือเพื่อติดต่อประสานงานกับท่านในการให้บริการหลังการขาย รวมถึงเพื่อการแก้ไขและปรับปรุงบริการตามที่ท่านได้แจ้งเรื่องเข้ามาผ่านช่องทางร้องเรียนต่างๆ ของบริษัท หากท่านไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในฐานสัญญานี้ สัญญาการให้บริการดังกล่าวไม่อาจเกิดมีขึ้นได้
 ฐานความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทอาจเสนอขายสินค้า โปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์โดยปกติ โดยไม่ได้มีการวิเคราะห์พฤติกรรมหรือการส่งสิทธิประโยชน์ที่เฉพาะตัวให้กับท่าน อาจทำการประมวลผล การวิจัย หรือการจัดทำสถิติซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของบริษัท การจัดทำรายงานการดำเนินงานภายในบริษัท การปรับปรุงคุณภาพของการให้บริการของบริษัท เพื่อการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานของบริษัท ป้องกันการทุจริต การจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของท่านและบริษัท
 ฐานการปฎิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทจำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการออกใบกำกับภาษีและนำส่งข้อมูลดังกล่าวแก่สรรพากร รวมถึงอาจต้องนำส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูลที่บริษัทครองครองอยู่ได้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคล : ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ โดยการระบุพิกัดหรือระบุสถานที่ (Geolocation/ Location Data), รายการและประวัติการซื้อสินค้าและบริการ,บันทึกการสนทนาไม่ว่าในรูปแบบเสียง (โทรศัพท์) หรือข้อความ (เว็บไซต์, จดหมาย) เมื่อท่านติดต่อมายังบริษัท, ข้อมูลระบบปฏิบัติการ กิจกรรมและระยะเวลาใช้บริการของผู้ใช้บริการ, ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้มาจากการแหล่งอื่น เช่น จากการลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบของท่านผ่านทางเฟซบุ๊ค (Facebook) กูเกิ้ล (Google) แอปเปิ้ลไอดี (Apple ID) หรือจากบุคคลที่สามเปิดเผยมาให้
ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม : เก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่ท่านยังคงบัญชีผู้ใช้งานไว้ แต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่เดือนที่ท่านเข้าสู่ระบบเป็นครั้งสุดท้าย
3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกทั้งภายในประเทศหรือหรือต่างประเทศ เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลที่ได้แจ้งไว้ตามข้อ 1 เท่านั้น เช่น บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ (รายละเอียดสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.cpall.co.th) พนักงานและบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ดำเนินการในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (Business Partners) ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ ผู้ตรวจสอบบัญชี รวมถึงหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจเป็นการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย
4. คุกกี้และวิธีการใช้คุกกี้
คุกกี้ (Cookies) คือ ข้อมูลหรือข้อความขนาดเล็กที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่านที่ใช้เพื่อจัดเก็บรายละเอียดข้อมูลการใช้งานอินเตอร์เน็ตและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน โดยบริษัทมีการใช้งานคุกกี้ในเว็บไซต์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้ เป็นไปตามนโยบายการใช้คุกกี้
5. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทได้จัดให้มีขึ้น และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด
การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ
6. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้ที่เว็บไซต์ https://www.cpretailink.co.th/th/privacy-notice/
7. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30 ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th
หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับในวันเดียวกันกับวันที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับทั้งฉบับ

เนื่องจาก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ และบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุรประสงค์และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
❒ ฐานสัญญา (Contract): บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการเปิดหน้าบัญชีคู่ค้าและจัดทำใบเสนอราคา
❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อพัฒนาบริการ, การบริหารจัดการ และการจัดทำรายงานของบริษัท การบริหารจัดการความเสี่ยง และการตรวจสอบภายในของบริษัท
❒ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานและ/หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูล เช่น กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขบัตรประจำตัวประชาชน), สำเนาวีซ่า และเอกสารสำคัญใดๆ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ตามข้อ 1 จะถูกเก็บรวบรวมไว้ตลอดสัญญา และไม่เกิน 5 ปีหลังจากปีที่บริษัทและท่านได้สิ้นสุดนิติสัมพันธ์ต่อกัน

ทั้งนี้ เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาข้างต้น บริษัทจะทำการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามที่จำเป็นสำหรับการดำเนินตามวัตถุประสงค์และฐานการประมวลผลที่ระบุไว้ตามข้อ 1 เช่น การเปิดเผยต่อพนักงานและบริษัทบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ และผู้ตรวจสอบบัญชี รวมไปถึงบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่หน่วยงานที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจมีการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้น โดยบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ อาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ โดยบริษัทจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตาม คำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด
การใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการเข้าดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ท่านร้องขอ

5. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์https://www.cpretailink.co.th/th/privacy-notice/

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30 ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th

หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เนื่องจาก บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด (“บริษัท”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่ได้มอบให้แก่บริษัทด้วยความไว้วางใจ และบริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล
บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้
❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest): บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อยืนยันตัวตนของท่าน การจัดเส้นทางการขนส่งสินค้าให้กับท่าน และการบริหารจัดการงาน อันเป็นการดำเนินการตามสัญญาว่าจ้างขนส่งที่บริษัทได้ทำกับนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของท่าน รวมถึงการประมวลผลข้อมูลของท่านเพื่อการพัฒนาบริการ การจัดทำรายงานของบริษัท การบริหารจัดการความเสี่ยง และการตรวจสอบภายในของบริษัท
❒ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานและ/หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกข้อมูล เช่น กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น
2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ประเภท/รายการข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม
ชื่อ-นามสกุล, ทะเบียนรถยนต์, เลขบัตรประจำตัวประชาชน, เลขใบอนุญาตขับขี่,สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาใบอนุญาตขับขี่, เบอร์โทรศัพท์, และเอกสารสำคัญใด ๆ บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้จนกว่านายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของท่านได้แจ้งเปลี่ยนแปลงหรืออัพเดทรายชื่อผู้ขนส่งให้บริษัทใหม่ และไม่ปรากฏชื่อของท่านเป็นผู้ขนส่งแล้ว บริษัทจึงจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถระบุตัวของท่านได้

3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามที่จำเป็นสำหรับการดำเนินตามวัตถุประสงค์และฐานการประมวลผลที่ระบุไว้ตามข้อ 1 เช่น การเปิดเผยต่อพนักงานและบริษัทที่บริษัทได้ว่าจ้างให้ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรึกษากฎหมาย ทนายความ และผู้ตรวจสอบบัญชี รวมไปถึงบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่หน่วยงานที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น และอาจมีการเปิดเผยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีของบริษัทเองด้วย

4. สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ท่านมีสิทธิ (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้ (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น สามารถกระทำได้โดยแจ้งไปยังผู้ว่าจ้างของท่าน โดยจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งผู้ว่าจ้างของท่านได้จัดให้มีขึ้น โดยผู้ว่าจ้างของท่านจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ว่าจ้างของท่านจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้ การขอใช้สิทธิของท่านดังกล่าว ผู้ว่าจ้างของท่านจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ โดยข้อจำกัดดังกล่าวเป็นไปตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด และบริษัทยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในการปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด

5. การเปลี่ยนแปลงเอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทจะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บนเว็บไซต์https://www.cpretailink.co.th/th/privacy-notice/

6. รายละเอียดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขที่ 313 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 24 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30 ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th

หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ใน
ช่องทางดังนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: privacy@cpretailink.co.th
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด
เลขที่ 159/30ซอยวิภาวดีรังสิต 62 (ศรีรับสุข) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
Email Address: dpc@cpretailink.co.th